Latest Posts

1yodchat-bupasiri-at-commde2017-%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b2

Guest speaker: Visual narrative class at CommDe, Chulalongkorn University

ตามไปดูกันว่าเราเรียนอะไรกันบ้างใน Visual narrative class ที่ CommDe เมื่อวันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ค่ะ ขอขอบคุณน้องโอ๊ต มณเฑียร ที่ชวนไปแชร์ประสบการณ์สนุกๆ (ที่มีทั้งกระบวนการวาดภาพของเราเองและคลังหนังสือภาพสวยๆ ที่เรารัก) เป็นปีที่สอง รวมไปถึงเอื้อเฟื้อภาพถ่ายบรรยากาศในคลาสที่นำมาลงไว้ในนี้ด้วยค่ะ [โพสต์นี้มีภาพทั้งหมด 16 ภาพ และลิสต์รายชื่อหนังสือทั้งหมดในตอนท้าย + ลิงก์อธิบายเบื้องหลังกระบวนการทำหนังสือในบางเล่มค่ะ]

2yodchat-bupasiri-at-commde20173yodchat-bupasiri-at-commde2017

หลังฉายสไลด์แนะนำตัวกันเล็กน้อยเราก็มาเริ่มกันที่งานภาพประกอบลายเส้นตั้งแต่เมื่อ 10 ปีก่อนกับมติชนนั่นก็คือเรื่อง ขบวนการเด็กหญิงปากตลาด (ซึ่งตอนนี้ out of stock ไปจากเวปไซต์ของมติชนแล้วเช่นกัน) ตามมาด้วยงานหนังสือเด็กเมื่อ 5 ปีก่อนกับสำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์ ปิ่นโตสามัคคี ซึ่งขณะนี้กำลังจัดแสดงอยู่ที่เวโรนา-อิตาลี สองเล่มนี้มีความคล้ายกันตรงที่เต็มไปด้วยแอคชั่นของก๊วนแก๊งค์เด็กๆ เราบอกน้องๆ ว่าเวลาวาดภาพแบบนี้นอกจากจะมีภาพอ้างอิงที่มาจากวัยเด็กของตัวเองแล้ว เรายังทดลองทำแอคชั่นต่างๆ ตามท่าทางที่ต้องวาดเพื่อให้เข้าใจได้ใกล้เคียงความรู้สึกของเด็กๆ เวลาทำท่าทางนั้นๆ อีกด้วย

และถ้าว่าถึงเรื่องแอคชั่นของเด็กๆ เราจะเข้าใจได้อย่างไรถ้าไม่ไปสังเกตเด็กจริงๆ เล่นกัน ครั้งนี้เราเลยนำเซ็ตภาพเด็กญี่ปุ่นที่เคยถ่ายไว้ช็อตต่อช็อตประมาณ 200 กว่าใบมาให้น้องๆ ได้ดู แต่แน่นอนว่าเราไม่แนะนำให้น้องๆ ทำตามนะคะเพราะมันผิดกฎหมาย(แต่ตอนถ่ายตอนนั้น-ซึ่งก็นานมากแล้ว พี่เองก็ยังไม่รู้เหมือนกันน่ะสิ!) โอ๊ตเสริมว่า จริงๆ การออกไปถ่ายภาพมาเป็นข้อมูลทำงานนี่เร็วกว่าการมานั่งหาภาพอ้างอิงใน pinterest อีกนะ ซึ่งอันนี้ก็เห็นด้วยเหมือนกันเนื่องจากภาพถ่ายจาก pinterest เองก็ไม่ได้มาจากสายตาและมุมมองของเรา ดังนั้นถ้าจะหาภาพอ้างอิงตามที่เราต้องการมันจะเสียเวลามาก สู้ออกไปถ่ายเองจะตรงเป้ากว่าเยอะ


4yodchat-bupasiri-at-commde2017

แต่ถ้าเราต้องมาเจองาน commission ที่เราไม่ได้มีประสบการณ์ตรงและไม่สามารถออกไปหาข้อมูลถึง ณ สถานที่นั้นๆ ได้ละ (เช่นบรรยากาศร้านเครื่องหนังในปารีส) เราจะทำอย่างไร คำตอบก็คือ ต้องใช้ข้อมูลแห้ง(อินเตอร์เน็ต)อย่างไม่มีทางเลือกค่ะ แต่มีเทคนิคเล็กน้อยคือ ให้เราจินตนาการว่าตัวเองเสมือนเป็นนักท่องเที่ยวที่ได้เข้าไปเยือนในสถานที่นั้นจริงๆ ค่ะ

 

ส่วนการวาดภาพปกงานวรรณกรรมแปลนั้นอาจมีตัวช่วยในแง่ที่ว่าเรายังมีโอกาสได้ “อ่าน” จนสามารถจับ  mood and tone ในงานที่เรานำมาเชื่อมโยงเข้ากับประสบการณ์ส่วนตัวบางอย่างของเราได้ เมื่อนำมาผสมผสานเข้ากับข้อมูลแห้งที่เรามีก็ช่วยให้เราสามารถวาดออกมาได้เช่นกัน

5yodchat-bupasiri-at-commde2017

มาถึงโปรเจคส่วนตัวและสมุดสเก็ตซ์กันบ้าง เราบอกน้องๆ ว่ามีงานที่พี่ทำต่อเนื่องมา 7 ปีแล้วแต่ทำไม่เสร็จเสียที (ต่อเมื่อเรือฝันของฉันกลับบ้าน – When My Dream Boat Comes Home) และตอนนี้พี่รู้แล้วว่าทำไม สาเหตุก็มาจากการที่จับเรื่องที่ยากเกินไปมาวาดค่ะ งานชุดนี้ทำมาจากบทกวีของคุณประกาย ปรัชญา กวีไทยร่วมสมัย เนื้อหาเกี่ยวกับคนที่ต้องกลับไปเยือนบ้านเก่าและพบว่าทุกสิ่งทุกอย่างได้เปลี่ยนแปลงไปหมดแล้ว (ต่อเมื่อเรือฝันของฉันกลับบ้าน ดอกช่อแดงฉานรายลานร่วงหล่น แปลกถิ่นแปลกท่า แปลกหน้าผู้คน หลงเวียนถนน หลงวนภวังค์ ต่อเมื่อเรือฝันของฉันกลับบ้าน เกาะเศร้าบรรสารน่านน้ำขรึมขลัง อวลละอองลมคมปะการัง ขอบฟ้าคือฝั่งคือหวังวาดวาย ต่อเมื่อเรือฝันของฉันกลับบ้าน ตรู่ชื่นคืนหวานผ่านกาลผ่านหาย เลาะรั้วเก่าหักและรักกลับกลาย เขียวครามความหมายแต่ภายในตน) เขาบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดในชีวิตเขานั้นทั้งดีและร้าย มีเพียงแต่เขาผู้เดียวเท่านั้นที่จะรู้และทำความเข้าใจได้-เขียวครามความหมายแต่ภายในตน เพราะฉะนั้นเลยบอกน้องๆ ไปว่าประสบการณ์ชีวิตของตัวพี่เองเมื่อ 7  ปีก่อนซึ่งกำลังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยนั้นยังไม่เพียงพอที่วาดเรื่องนี้ออกมาได้ แต่ว่างานชุดนี้ก็ไม่ได้สูญเปล่าเพราะมันได้กลายมาเป็นเป็นพื้นฐานให้กับงานชุดปัจจุบันที่พี่กำลังทำอยู่นั่นเอง

6yodchat-bupasiri-at-commde2017

7yodchat-bupasiri-at-commde2017

สมุดสเก็ตซ์ที่นำไปให้น้องๆ ดู ก็เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจคนี้ด้วยค่ะ เต็มไปด้วยงานทดลองแบบต่างๆ ทั้งดรอว์อิ้งและคอลลาจ

มาถึงงานชุดสุดท้ายที่จะเป็นตัวอย่างในคลาส นั่นก็คือโปรเจคส่วนตัวชุดปัจจุบันที่เรากำลังทำอยู่ชื่อ Grandma (ดูภาพทั้งหมดได้ที่ yodchatbupasiri.com หรือ yodchattinyline.com ค่ะ) ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างยายและหลานทั้งก่อนและหลังคุณยายเริ่มแสดงอาการของภาวะ Mild Cognitive Impairment(MCI) หรือ การสูญเสียความสามารถของสมองเล็กน้อย โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับความจำ งานชุดนี้กำลังพัฒนาอยู่นะคะทั้งเนื้อเรื่องและภาพ

 

หลังหมดชั่วโมงแรกไปเราก็มาเริ่มตะลุยหนังสือภาพกันค่ะ จำได้ว่าตอนนั่งเลือกหนังสือไปจากบ้านนี่ยากมากๆ เพราะอยากขนไปให้ดูครบทุกเล่มเลย ผลสุดท้ายก็ได้หนังสืออัดแน่นเต็มกระเป๋าเดินทางขนาดเล็กสองใบค่ะ ข้างล่างนี้เป็นภาพบรรดาหนังสือก่อนที่จะจัดลงกระเป๋า (โอ๊ตบอกว่ามันเยอะเกินไป!)

9yodchat-bupasiri-at-commde2017

เราเริ่มกันที่หนังสือของคุณครู Linda Wolfsgruber ค่ะ
ครูลินดาเคยมาเมืองไทยเมื่อสองปีก่อน ภาพข้างล่างนี้ทางซ้ายสุดคือคุณครู ตรงกลางคือพี่น้อย-วิลาสินี ทองศรี ผู้เป็นทั้งเพื่อนลูกศิษย์ของคุณครูลินดา (พี่น้อยเคยเข้าคอร์สภาพประกอบที่ Sarmede, Italy  ซึ่งครูลินดาสอนอยู่ถึงสองครั้งด้วยกัน) ส่วนขวามือสุดคือเราเองค่ะ

linda-wolfsgruber_wilasinee-thongsri_yodchat-bupasiri_2015_bangkok_thailand

เมื่อครูลินดามาเยี่ยมพี่น้อยที่ไทย เราจึงมีโอกาสได้เจอคุณครูที่น่ารักผู้นี้ แถมยังมีโอกาสได้นำพอร์ตโฟลิโอของตัวเองให้ครูดูด้วย ซึ่งครูก็แนะนำและให้กำลังใจเป็นอย่างดี (แอบหยอดน้องโอ๊ตไปแล้วว่าครูสอนดีจริงๆ อยากให้ครูมาสอนที่ CommDe เช่นกัน : ) )ภาพข้างล่างนี้เป็นหนึ่งในบรรดาหนังสือที่ครูมอบให้พี่น้อยไว้เป็นที่ระลึกซึ่งพี่น้อยก็อนุญาตให้เรานำไปให้น้องๆ ได้ดูกันด้วยค่ะ

ส่วนงานถัดมาคือเซ็ตหนังสือภาพของคุณ Eva Lindström นักทำหนังสือภาพชาวสวีดิช ด้วยความอนุเคราะห์ของสถานทูตสวีเดนประจำประเทศไทยเราจึงได้ติดต่อโดยตรงกับคุณ Eva และเธอก็ช่างใจดีส่งผลงานมาให้ไว้เป็นที่ระลึกสามเล่มค่ะ งานสามเล่มนี้ได้ถูกนำไปจัดทำเป็นอนิเมชั่นสั้นๆ อีกด้วย ลองชมตัวอย่างดูได้ที่ลิงก์นี้ค่ะ

eva-lindstrom_djurvannerna

10yodchat-bupasiri-at-commde2017

ถัดมาเป็นหนังสือแปลที่น่ารักมากและเฮี้ยวมากชื่อว่า เอลซี่ตกส้วม  (สามารถคลิกฟังใน youtube ได้เลยค่ะ) งานชุดนับเลขและ abc ของ Anno งานไตรภาคของ Blexbolex นอกจากนี้ยังมีหนังสือภาพว่าด้วยเรื่องความตาย ความทรงจำ การตีความเทพนิยายแบบใหม่ หนังสือภาพประกอบบทกวี ฯลฯ ของนักวาดจากหลากหลายประเทศ หนังสือหลายเล่มซื้อเก็บสะสมเวลาไปประเทศนั้นๆ บางเล่มสั่งออนไลน์ บางเล่มฝากเพื่อนซื้อและหลายเล่มก็ได้รับเป็นของฝากค่ะ

11yodchat-bupasiri-at-commde201712yodchat-bupasiri-at-commde201713yodchat-bupasiri-at-commde2017

commde_visual-narrative-class2017

14yodchat-bupasiri-at-commde201715yodchat-bupasiri-at-commde201716yodchat-bupasiri-at-commde2017

น่าเสียดายที่หนังสือบางเล่มไม่มีเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ เราเองก็ไม่มีงบพอที่จะจ้างนักแปลแปลเนื้อความให้ได้ทุกเล่ม แต่ถึงอย่างนั้น วิธีการเล่าด้วยภาพของหนังสือแต่ละเล่มนั้นก็ยอดเยี่ยมมากจนทำให้ผู้อ่านต่างชาติต่างภาษาอย่างเราๆ สามารถเข้าใจและซาบซึ้งไปกับตัวเล่มที่อยู่ตรงหน้าได้ค่ะ

มีเวลาเหลือเล็กน้อยให้ทุกคนแยกย้ายกันเลือกดูและถ่ายภาพหนังสือที่ตัวเองชอบ เป็นอันว่าจบคลาสที่เวลาเที่ยงพอดิบพอดี ^l^

และต่อไปนี้เป็นรายชื่อหนังสือทั้งหมดที่เรานำไปให้น้องๆ ดูกันนะคะ

1. Tage ohne dich by Linda Wolfsgruber
2. Glück ist Glod by Linda Wolfsgruber
3. Finns Land / Text by Heinz Janish Illustration by Linda Wolfsgruber
4. Allerlei Rausch / Text by H.C. Artmann Illustration by Linda Wolfsgruber
5. Wo hört das Meer auf? / Text by Heinz Janish Illustration by Linda Wolfsgruber
6. En fägeldag by Eva Lindström
7. Min Vän Lage by Eva Lindström
8. Jag rymmer! by Eva Lindström
9. Snömannen / Text by Eva Susso Illustration by Benjamin Chaud
10. The Story of Elsie / Text by Margret Rettich Illustration by Evelyn Daviddi
11. ABC by Julie Morstad
12. ABC by Anno
13. People by Blexbolex
14. Seasons by Blexbolex
15. Ballata by Blexbolex  ( เบื้องหลังการทำงาน )
16. Lost Property by Andy Poyiadgi
17. Pieces of Love by Kato Kunio and Hirata Kenya
18. Grandfather’s Journey by Allen Say
19. Opas Engel by Jutta Bauer
20. Grandpa by John Burningham
21. Michael Rosen’s SAD BOOK / Text by Michael Rosen Illustration by Quentin Blake
22. La visite de petite mort by Kitty Crowther
23. Via Curiel 8 by Mara Cerri and Magda Guidi
24. il nuotatore / Text by Paolo Cognetti Illustration by Mara Cerri
25. la pantera sotto il letto / Text by Andrea Bajani Illustration by Mara Cerri
26. La Piscina by Ji Hyeon Lee ( เบื้องหลังการทำงาน )
27. Il Doppio / Text by David Cali Illustration by Claudia Palmarucci
28. Au clair de la nuit / Text by Janine Teisson Illustration by Joanna Concejo
29. Les visages du lointain / Text by Rafael Concejo Illustration by Joanna Concejo
30. Le Petit Chaperon rouge / Text by Charles Perrault / Text by Jacob & Wilhelm Grimm Illustration by Joanna Concejo ( เบื้องหลังการทำงาน )
31. entrez! / Text by Sébastien Joanniez Illustration by Joanno Concejo
32. L’angelo delle scarpe / Text by Giovanna Zoboli Illustration by Joanna Concejo
33. il signor nessuno by Joanna Concejo
34. The Bookmaker’s Studio by Jake Green
35. The Iron Giant / Text by Ted Hughes Illustration by Laura Carlin

สูจิบัตร
1. Bologna Children’s Book Fair Illustration annual 2012
2. i colori del sacro il viaggio Settima rassegna internazionale di illustrazione
3. i colori del sacro a tavola Ottava rassegna internazionale di illustrazione

*** : ) ***

Photo credit : Oat Montien

aurora1

Aurora – แสงเหนือ

*
This is Aurora.
She is a 2-year-old girl.
She is a good art critic.

aurora2aurora3aurora4

*
*
*
*
*

Aurora loves to take photographs.
She also loves to build things.

aurora5aurora6aurora7aurora8

*
*
*
*
*
Aurora drives EcoCAR.

aurora9

aurora17

*
*
*
*
*
She is always curious about a new landscape.

aurora10

*
*
*
*
*

Aurora is a smart girl.
She knows how to use herbal medicine.
She knows how to preserve it.

aurora11aurora12aurora13aurora14

*
*
*
*
*

After the busy day,
she will listen nice music and does some exercise.
A good refreshing choice without caffeine.

 

With permission of Aurora’s parent

*** : ) ***

BUPASIRI_YODCHAT_YOUR WISH IS MY COMMAND_JPEG

Notte di Fiaba : ALADINO E LA LAMPADA MAGICA (Aladdin’s Magic Lamp Illustration Exhibition)

My illustration you saw above is named “Your wish is my command!” and it was the part of the remarkable exhibition and festival in Garda last year. After exhibited at MAG(Museo Alto Garda), the exhibition was exhibited at Centro Arte Contemporania Cavalese. Here are some photos from Notte de Fiaba Illustration Contest and Centro d’arte contemporanea Cavalese Facebook Page:

notte-di-fiaba_yodchat-bupasiri_thailand

yodchat-bupasiri-notte-di-fiaba3

yodchat-bupasiri-notte-di-fiaba4

yodchat-bupasiri-noote-de-fiaba2

And you can visit Notte di Fiaba Riva del Garda Flickr to see how amazing the festival was.

%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%ad-2560-01-15-%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2-12-07-04-copy

 

(1)
Notte di Fiaba

13064525_10153592034946161_4364043749118124864_o
Notte di Fiaba is a not-to-be-missed event which is held in Riva del Garda at the end of the summer. It dedicates an entertaining program to a different fairy tale each year.

Music, dancing, games, actors and jugglers enliven the streets of this town nestling in its magical setting composed of lively scenes and the Lake Garda. Although it is primarily intended for children, Notte di Fiaba has always entertained adults too.

85,000 visitors, 160 hours of entertainment and 2,500 kg of fireworks are only some of the figures generated by one of the most important events held in the Garda area of the province of Trento. It has been handed down through the generations since 1950 and in volves the entire community, tourists and also passing by people who simple stop by to enjoy the fireworks grand finale reflecting into the still waters of the lake.

Aladdin’s Magic Lamp was the theme of last year’s Notte di Fiaba International Illustration contest.

Conceived and organized in collaboration with prominent representatives of the world of children’s literature and illustration, the contest gave birth to an illustration exhibition – hosted at MAG(Museo Alto Garda in Riva del Garda begining on July 23,2016, the related catalogue and a picturebook illustrated by the contest winner and published by Orecchio Acerbo.

[text from Notte di Fiaba]

13086885_947739388672629_2663685267108058274_o

13668864_1079194672171363_4880998342761557230_o

 

(2)
The work of 43 illustrators have been selected. More than 60 illustrations were exhibited at Museo Alto Grada.

The illustrations related to Davide Calì’s text, Aladdin’s Magic Lamp.

PAGE 1 – Prologue

Once upon a time there was a man who was looking for a gift for Mother’s Day. The man stopped in front of a stand full of junk.
The shop keeper noticed that the man was looking at an old oil lamp.
“Take it, it’s cheap!” said the shop keeper.

“But I must warn you, that it is …”

 

PAGES 4/5
The man bought the lamp, convinced that the shop keeper was joking.
But you know how it goes when one is told that a lamp is magical. They suddenly feel like rubbing it as in fairy tale, just to be sure that nothing happens. And so the man did.
But something happened, though.
Some smoke came out from the lamp.
“Good morning, master,” the smoke said. “I am the genie of the lamp and I’ll fulfill three of your wishes. What’s your first wish?”
“My first wish? I want to become filthy rich!” the man said.
“Well,” the genie said. “Your wish is my command!”

 

PAGES 6/7
So it happened that the man ended up with his garden full of poop. A massive pile of poop.

PAGES 8/9
“Hey, what’s going on here? Is it a joke?” the man asked – annoyed.
“You asked me to become rich, but you can be rich in many things.
Books or talent, for instance. Since you’ve specified filthy rich, I thought that a lot of poop could adequately satisfy your request.” was the genie’s answer.
“But – when I said filthy – I simply meant very rich.”
“I’m really sorry,” said the genie, “but you haven’t made yourself clear.”
“Right then, I want to become super rich and possess a unique and wonderful wealth, but nothing smelly or brown.”
“Well,” said the genie. Is this is your second wish? “
“Yes,” the man replied.

“And so it shall be done.”

 

PAGE 10/11

So the man ended up possessing the biggest pink diamond in the world.

PAGES 12/13
The following day, the diamond was stolen, though. The thief left him a note with his signature

The Ferret
famous jewelry thief

“You are a cheater!” the man blamed the genie.
“Me? Why?”
“Because I asked you to make me become rich and have something unique. Even if you satisfied my wishes, then I was robbed and I am no longer rich now.
I meant to stay rich forever!”
“I’m really sorry,” said the genie, “but you haven’t made yourself clear.”
As for the theft, these things happen when you become rich.
Next time you have to be more careful.”

PAGES 14/15
The man took some time to reflect. He still had a chance to become rich,
but what to ask?

No jewels, because they could be stolen.
No money either, because the bank could fail.
Not an oil well, because the oil can run out.
A gold mine was out of discussion because even gold can finish.

Maybe he could ask for a huge castle but no
because an earthquake could always bring it down.
So what? What?

PAGES 16/17
All of a sudden he had an idea.
“Become famous. Here’s what I’ll ask for!”

It would be foolish to ask for anything that can run out, or simply be broken or stolen.
If I became famous, I will build wealth from my celebrity.

And even if I steal the money or my house will collapse.
I can always earn more money and be rich forever.

PAGES 18/19
“So, have you decided what your third wish will be?
the genie asked him.
“Yes, I’ve decided,”
the man replied.

“I want to be famous.
I want people to recognize me when I walk down the street
and my face to be seen everywhere.”

Okay, your wish is my command!” the genie said.

PAGES 20/21

And so the man became famous.
People recognized him as he walked down the street and his face was everywhere.
Not exactly the way he had imagined, though.

PAGES 22/23
For some reason everybody was convinced that he was THE FERRET,
the famous jewelry thief.

PAGES 24

The man is making a call from prison.
On the other side of the receiver a voice says:

“You even forgot Mother’s Day!”

 

 

(3)
My first Storyboard

sketches_jinn091

sketches_jinn10

Nothing in my first two rough sketches were similar to the finished storyboard that I sent to the members of a jury. It were completely different interpretations.

sketches_jinn02sketches_jinn03sketches_jinn04sketches_jinn05sketches_jinn06sketches_jinn07

 

My second interpretation :

img_5063img_5064img_5065

There was no magic. Genie(ferret) and his partner(bird) were thief. The smoke was just came from the bird’s pipe. They tricked this silly and greedy man who looked like colorful lion!

storyboard_genie01

“Good morning, master,” the smoke said. “I am the genie of the lamp and I’ll fulfill three of your wishes. What’s your first wish?”

 

bupasiri_yodchat_the-genie-asked-him_jpeg

Your wish is my command!

*** : ) ***

150dpifeatured-image-for-yodchattinyline_creativity_playing-copy_c

*Creativity : Playing – มาสนุกกับการ(วาด)เล่นกันเถอะ

===

[Eng / ไทย]
สวัสดีปีไก่และสวัสดีวันเด็กด้วยบล็อกใหม่เอี่ยม – บันทึกเรื่องความคิดสร้างสรรค์ ว่าด้วยการเล่นของเด็กๆ และผู้ใหญ่หัวใจเด็กค่ะ Happy New Year and Happy Thai National Children’s Day 2017 with my new blog post “Creativity: Playing.”

 

150dpithunder-drawing-of-cover-blog

ภาพดรอว์อิ้งน่ารักๆ ที่เห็นข้างบนนี้เป็นฝีมือของน้องธันเดอร์ อายุ 5 ขวบค่ะ พอดูออกไหมคะว่าธันเดอร์วาดรูปอะไร นี่คือ Black Panther คาแรคเตอร์หนึ่งจากมาร์เวล ซูเปอร์ฮีโร่นั่นเองค่ะ ตอนนี้ธันเดอร์กำลังคลั่งตัวละครจากค่ายมาร์เวลมาก ถามอะไรตอบได้หมด แถมยังชอบนำคาแรคเตอร์เหล่านี้มาเป็นแบบสำหรับวาดตามอย่างที่เห็นด้วย ฮีโร่ที่ธันเดอร์ชอบมากที่สุดก็คือธอร์(ชื่อสายฟ้าเหมือนกันเลยนะ) ภาพข้างล่างนี้เป็นหุ่นกระดาษธอร์ที่เราทำเล่นด้วยกันค่ะ

Two beautiful drawings above were done by a little boy named Thunder. He is now 5 years old and has a strong passion to draw everything about Marvel super heroes. He can answer you any questions about Iron Man or Spider-Man or Captain America and his favorite character is Thor. This is Thor, artwork that we drew together.


ในเป้ของธันเดอร์จะต้องมีกระเป๋าดินสอรถไฟโทมัสแอนด์เฟรนด์ติดไว้ตลอด แต่ในกระเป๋าไม่ได้มีพวกดินสอหรือยางลบนะคะ ในนั้นมีแต่ชุดเลโก้จากตัวละครของมาร์เวล – ไอรอนแมน สไปเดอร์แมน กัปตันอเมริกา ธันเดอร์มีหมดทุกตัว ว่างเมื่อไหร่เป็นไม่ได้ต้องหยิบออกมาเล่น เล่นคนเดียวก็ไม่สนุกต้องหาเพื่อนเล่นด้วย เรามีโอกาสเล่นเลโก้กับธันเดอร์หลายครั้ง บางครั้งก็จับแยกชิ้นส่วนซูเปอร์ฮีโร่พวกนั้นออกมาประกอบใหม่เป็นชุดเครื่องครัวและเล่นทำอาหารเสียเลย สุดท้ายคือธันเดอร์เชิญหุ่นเลโก้ธอร์มากินข้าวในเซ็ตดินเนอร์ที่เราจัดเอาไว้(ฮา!)

Thunder always has many Avengers Lego sets in his Thomas and friends pencil bag. He carries it every where and ready to create something anytime. Thunder sometimes let me borrow tiny Lego pieces to built my own dinner set and of course, he invited his Lego Thor to have a dinner with me.

 

 

แต่ว่าเมื่อก่อนธันเดอร์ไม่ได้คลั่งธอร์แบบนี้ค่ะ ปีที่แล้ว ความสนใจของธันเดอร์คือนายช่างบ็อบจาก Bob The Builder ธันเดอร์ชอบรถแบคโฮมาก เวลานั่งรถผ่านไซต์ก่อสร้างเป็นต้องเกาะกระจกมองเหลียวหลังทุกที เวลาเราเจอกันทีไรมักเรียกธันเดอร์ว่านายช่างบ็อบและธันเดอร์ก็มักจะหัวเราะคิกคัก นายช่างบ็อบมักประหลาดใจทุกครั้งที่เราสามารถวาดรถแบคโฮและรถแทร็กเตอร์(ซึ่งมีรายละเอียดยากๆ)ได้ ต้องถามตลอดว่าวาดได้ยังไง เราเลยตอบกลับเด็กสี่ขวบไปด้วยความภูมิใจว่าเพราะว่าเราวาดรูปเก่งไงล่ะ! : D

A year ago Thunder was crazy about backhoe and his hero was Bob The Builder. When he came to my home, he would asked me to draw with him. “Hello Bob!” this was my greeting to Thunder because he WAS REALLY Bob The Builder at that time. Bob was very surprised when I drew the complicated outline of backhoe and tractor for him. “How can you do it!?” he asked me with his sparkling eyes. “Because I AM GOOD at it, aren’t I ?” this was the answer from me (so-called professional illustrator who has 12 years’ experience) with a big proud smile to 4-year-old kid.


แต่อยู่มาวันหนึ่งธันเดอร์ก็บอกว่าไม่อยากเป็นบ็อบแล้ว จริงๆ ธันเดอร์จำได้นะคะว่าตัวเองเคยชอบอะไร แต่ว่าตอนนี้ไม่เอาละ ธันเดอร์อยากเป็นธอร์มากกว่า เจอกันแต่ละครั้งไม่มีครั้งไหนที่ธันเดอร์ไม่วาดธอร์ วาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนจะไม่มีวันเบื่อ แต่ว่าเด็กๆ ก็อย่างนี้ใช่ไหมล่ะคะ หัวข้อที่สนใจมักเปลี่ยนไปเรื่อยๆ และทุ่มกันสุดตัวไปเสียทุกครั้ง พลังของธันเดอร์เหมือนจะไม่มีวันหมด ที่สำคัญ ไม่ว่าความสนใจของธันเดอร์จะเป็นอะไร ทุกครั้งที่ธันเดอร์ได้ดินสอและกระดาษไป ธันเดอร์ไม่มีความกลัวหรือลังเลที่จะวาดเลย : >

One day Thunder wanted to be Thor instead of Bob The Builder. He still remembered that he was crazy about backhoe but he decided to move forward. Time after time his favorite subject is changed but Thunder does not stop exploring his curiosity by making something new.


Give Thunder any size of paper and he will grab pencil and start to draw immediately. This little boy is never fear to draw.

====================

นี่คือน้องฮิโรโยชิ หรือชื่อที่เรามักเรียกเขาสั้นๆ ก็คือโยชิค่ะ โยชิเป็นลูกศิษย์ไวโอลินตัวน้อยของพี่ชายเราเอง บางครั้งเราก็มีโอกาสตามพี่ชายไปด้วยเวลาสอน (ต้องขอขอบคุณแอน-คุณแม่น้องโยชิที่อนุญาตด้วยนะคะ : )) เวลาที่ได้มีโอกาสสังเกตเด็กๆ ตอนเรียนดนตรีนี่สนุกมากเลย แต่ละคนมักมีแอคชั่นขำๆ ที่เราคาดไม่ถึงเสมอ

มีอยู่วันหนึ่งหลังจากโยชิเรียนเสร็จแล้ว เราก็ได้มีโอกาสมานั่งวาดรูปเล่นกัน เป็นการวาดที่รื่นรมย์ และโยชิเองก็วาดรูปเก่งมาก โยชิเป็นคนมีอารมณ์ขันและช่างสังเกต ลองไล่ดูภาพที่โยชิวาดแต่ละภาพนะคะว่าดูแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง ส่วนเราเองดูแล้วอมยิ้มทุกภาพ

This is Hiroyoshi or Yoshi. He has studied violin with my brother for many years. I sometimes follow my brother to visit Yoshi’s home. One day, after violin class Yoshi and I had a chance to draw together. It was fun. He enjoyed every moment of his drawing process. He smile while trying to do the new portrait of his violin teacher. We couldn’t help giggling at each other because the drawing was similar to Suneo, a character from Doraemon.

 

I loved his tender and free drawing lines. He saw things through his observant eyes with a sense of humor. He had good energy.

What about you? How do you feel when you take a look at his drawings?

img_9186-copyimg_9161img_9184-copyimg_9185-copy

หลังจากนั่งพักไปได้สักหน่อย โยชิก็วิ่งเข้าวิ่งออกเอาหนังสือมาให้ดู ส่วนใหญ่เป็นพวกสารานุกรม เอาเป็นว่าโยชิเป็นเด็กที่รักการเรียนรู้มาก ลงลึกในแต่ละเรื่องที่ตัวเองสนใจ แล้วโยชิก็ทำให้เราประหลาดใจด้วยการนำผลงานโอริกามิของตัวเองออกมาให้ดู

We took a rest for a while. Yoshi ran to his room and came back to me with a kind of encyclopedia for student in his hands. He opened it and told me about various kinds of gems. He knew many other things and he focused on details. Then he made me surprise by showing his origami 
works. 

img_9178img_9183

ที่บอกว่าประหลาดใจ เพราะโยชิทำไว้เยอะมากกก มากจริงๆ ค่ะ และอย่างที่ทราบกันว่าโอริกามิเป็นงานที่เรียกร้องสมาธิสูง การพับ Flasher hat อันนึงก็กินเวลาหลายชั่วโมงแล้ว นี่แสดงว่าโยชิสมาธิดีมาก สามารถจดจ่อกับสิ่งนี้ได้นานๆ โยชิมีความอดทน เพราะมีงานหลายชิ้นที่โยชิเอาออกมาให้ดูแล้วบอกว่าเป็นชิ้นในช่วงตอนเริ่มฝึกใหม่ๆ ยังไม่สมบูรณ์ดีนัก พูดง่ายๆ ว่าทำเสียไปหลายอัน แต่โยชิก็อดทน ค่อยๆ ฝึกไปเรื่อยๆ จนพับได้ตามต้องการ

โยชิเองก็คล้ายๆ ธันเดอร์ ที่เริ่มขยายความสนใจไปยังสิ่งอื่นๆ หลังจากฝึกจนเข้าใจโอริกามิทะลุปรุโปร่งแล้วปีนี้โยชิก็กำลังมีความสุขกับการไขปริศนารูบิคค่ะ

Yoshi’s works were amazing. He did it a lot. Staying focus during making complicated paper folding can be tough even in adult. In 2016,Yoshi mostly finished all types of origami and, like Thunder, he extended his interest and moved forward to something new. Now Yoshi is busy with sloving rubic game. It seems he enjoys it as well as origami.

====================

นี่คือคุณยายของเราเองค่ะ
This is my 93-year-old grandma with her drawing.



เรื่องเริ่มจากที่ว่าพวกเราพากันไปกินไอศกรีม และเนื่องจากกลุ่มเรามีหลานตัวน้อยติดไปด้วย ทางร้านจึงให้ชุดระบายสีมาไว้เผื่อให้น้องได้เล่นระหว่างพวกเราทานไอศกรีมกัน ปรากฏว่าขณะที่หลานกำลังระบายสีเล่นอยู่ คุณยายก็เริ่มหยิบสีมาวาดที่ขอบกระดาษอีกด้านหนึ่งบ้าง น่าจะจริงจังมากจนในที่สุดก็ยึดกระดาษไปวาดเล่นเองทั้งแผ่นเลยค่ะ

การ(วาด)เล่น(แบบจริงจัง)นี่ไม่จำกัดวัยจริงๆ นะ

We were at ice-cream parlour. The staffs gave us coloring sheet because we had kid with us. While kid was coloring, grandma started to scribble something on the other edge of the same sheet. It turned out that 2-3 minutes later she possessed the whole piece of paper and drew seriously.

Seeing grandma drew for the first time made my day.


====================

 

เวลาที่เราได้เห็นภาพวาดของเรากลับมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ นี่มันทั้งน่าสนุกและน่าตื่นเต้นเลยนะคะ

เมื่อปีที่แล้ว เรากับเพื่อนได้มีโอกาสไปชมสวนสนุกอินเตอร์แอคทีฟจากญี่ปุ่นที่ชื่อ ทีมแล็บ ไอซ์แลนด์ มาค่ะ พวกเราชอบโซนที่เป็นอควาเรียม (Sketch Aquarium) กันมาก โดยโซนนี้จะมีกระดาษให้เราได้วาดปลาหรือแมงกะพรุนตามจินตนาการของตัวเอง วาดเสร็จแล้วนำไปสแกน หลังสแกนแล้วภาพที่เราวาดจะไปปรากฏอยู่บนโปรเจคเตอร์อควาเรียมขนาดใหญ่บนผนัง หลังจากนั้นปลาและแมงกะพรุนหน้าตาประหลาดของแต่ละคนก็จะว่ายวนไปมาอยู่ในอควาเรียมนี้เอง เวลาที่เราเอามือไปแตะ เจ้าฝูงสัตว์น้ำเหล่านี้ก็จะแตกฮือ เป็นที่สนุกสนานของเด็กๆ และผู้ใหญ่อย่างเราๆ ยิ่งนัก

It is fun to play and draw and see how our artworks come to life.
Last year I and my friend visited “Learn & Play Interactive Theme Park” by teamLab Islands. We were amazed and impressed by Sketch Aquarium zone. Here are the explanations from teamLab:

“Children can observe the power of their creative imagination through Sketch Aquarium. Each participant is invited to color in a drawing of a sea creature of his or her preference. Once completed, the piece of paper is scanned, and the image is projected onto a giant virtual aquarium. Children will be able to see their creation come to life and swim with all the other sea creatures. Children may also touch the fish to see them swim away, or touch the virtual food bag to feed the fish.” 

There was no limited to draw but only one rule in Sketch Aquarium ‘Do not draw outside of the frame’ and fortunately the frame was big enough for our creativity!

img_6005img_6025

img_5988img_5989

img_5993img_5997

เจ้าสัตว์น้ำแต่ละตัวนี่ก็หน้าตาประหลาดทั้งนั้นเลย ทั้งตลกแล้วก็มีความคิดสร้างสรรค์ มีตัวแมงกระพรุนโดราเอม่อนและปลาโปเกม่อนด้วยนะคะ ! ยามที่เราต้องวาดอะไรในเวลาสั้นๆ ก็มักจะมีอะไรสนุกๆ แบบนี้เกิดขึ้นมาเสมอเลย อย่างรูปด้านล่างนี้เป็นผลงานการวาดปลาของเพื่อน(ซ้าย)และเราค่ะ(ขวา) เท่าที่จำได้ แต่ละคนก็ใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีค่ะ

All of sea creatures in Sketch Aquarium were fantastic. (I saw Doraemon jellyfish and Pokemon fish swam together! – It reminded me of sea creatures in “Sea Monsters on Medieval and Renaissance Maps,” books by Chet Van Duzer. There are “Sea Dog” , “Sea Pig” and “Sea Rabbit” on a map in the Madrid manuscript of Ptolemy’s Geography of c. 1455-60.) When you were asked to draw immediately, the funniest thing would popped up in your head. It took less than 5 minutes for us and here are our creatures:

img_6026

การเล่นสนุกโดยการวาดอะไรในเวลาไม่นาน แม้ว่าสิ่งนั้นจะเป็นแค่ลายเส้นขยุกขยุยก็ตามที แล้วสิ่งที่เราวาดนั้นกลับได้เป็นส่วนหนึ่งของอะไรที่น่าตื่นตาแบบนี้ แถมผู้ชมคนอื่นๆ ก็ยังได้มีโอกาสเห็นไปพร้อมๆ กันอีกด้วย มันทำให้เรามีความสุขมากเลยว่าไหมคะ มันทำให้เรามีกำลังใจวาดต่อไปอีก ความคิดสร้างสรรค์ส่วนหนึ่งก็มักเกิดขึ้นมาในสภาพแวดล้อมแบบนี้นั่นเองค่ะ

It was an enjoyment and happiness for visitors, both children and adults , to see their artworks being part of something bigger than themselves and being seen by many others.

img_6027

Every drawing lines in Sketch Aquarium were important, even meaningless scribble could be turned to something very interesting. We, the visitors, were all encoraged to draw by Sketch Aquarium – the Aquarium of Creativity. : D

 

***  : )  ***

 

 

india-color-chart2

My inspiration : Colors of India

[Eng / ไทย]
How did I learn to set my own color palettes from Leh-Ladakh, Delhi and Agra.
มาดูกันว่าเราเซ็ตชุดสีจากทริปอินเดีย (เลห์-ลาดักห์ อัครา และเดลี) ครั้งนี้อย่างไรบ้างค่ะ

[1]
Pashmina shawl

In my previous blog post some of you may noticed that I used different color palette from my usual works. Normally, black from graphite or ink, blue from pen or just any simple one color from colored pencil box are my first choice when I do some quick sketches. However I chose the set of blue, red, yellow, orange, pink and grey on purpose.
These colors were taken from the color pattern on pashmina shawls that I brought in Leh. The colors on shawls have much more gentle tone because each color was dyed from plant. Actually I am still curious about how was that old rose color came from.

ในบล็อกก่อนหน้านี้หลายท่านอาจสังเกตเห็นว่าเราใช้ชุดสีที่แตกต่างไปจากการสเก็ตซ์งานปกติ(ซึ่งใช้สีไม้สักหนึ่งหรือสองสี ใช้ดินสอหรือปากกาหมึกดำหรือน้ำเงิน หรือบางทีก็แค่พู่กันจุ่มหมึกดำเพียงอย่างเดียว) ในบล็อกนี้เราขอเฉลยค่ะ ว่าชุดสีเหลือง แดง ฟ้า ส้ม ชมพู เทา เหล่านั้น เราได้มาจากผ้าพันคอแพชมินาจากเลห์ – ลาดักห์เหล่านี้ค่ะ

This is my rough color chart. Trying to make the colors close to the original one.
นี่เป็นชาร์ตสีที่ทำขึ้นมาอย่างง่ายๆ ใช้สีไม้ Caran d’ache + Staedtler + Faber Castell ค่ะ ได้โทนสีใกล้เคียงต้นแบบอยู่เหมือนกัน

leh-colors

The pigment from both Caran d’Ache and Faber-Castell are fine, but to give another sense of Leh-Ladakh in my memory I think it would be nice to add some earth tone colors from different medium such as Opaque Colors or Acryla Goauche. The upper left picture is the example of Pelikan Opaque painting that I had done many months ago. Look at the messy palette, there are perfect earth tone colors that I want! The upper right and the pictures below are the rough color chart that I did after went back from Leh. I will use mixed colors from both of my first and second charts in my next palettes. : D

แต่เนื่องจากว่าเลห์-ลาดัก มีความเป็นเอิร์ทโทนมากอยู่ (อย่างสีจากผ้าพันคอที่เห็นข้างบนก็เกิดจากการย้อมด้วยพืชทั้งนั้นเลย) การใช้สีสดใสจากดินสอไม้เพียงอย่างเดียวไม่น่าจะพอ ที่ผ่านมาเราเคยใช้สีจากพิลิแกนดังภาพซ้ายบน ซึ่งจะมีความขุ่นและให้อารมณ์ดินๆ ชุดสีที่เราเคยผสมเอาไว้คิดว่าเหมาะมาก เราเลยจัดการเอามาไล่เฉดกันใหม่ค่ะ ได้ออกมาเป็นภาพขวาบน และภาพชาร์ตสีด้านล่าง นอกจากนี้ยังคิดเอาไว้ด้วยว่าถ้าบวกสีจากสี Gouache ที่มีความพาสเทลนิดๆ เข้าไปอีกก็น่าจะเยี่ยมไปเลยนะ

It’s totally look like the same color palettes as these pashmina shawls.

ทีนี้เลยลองเอามาเทียบกับเฉดสีจากผ้าพันคออีกเซ็ตหนึ่งจากเลห์-ลาดักห์เหมือนกัน ปรากฏว่าใช้ได้เลย

[2]
Wes Anderson’s color palettes
Sometimes in Leh, you will find the perfect color set from indoor market.
สองภาพข้างล่างนี้ถ่ายจากตลาดในตัวเมืองเลห์ค่ะ นึกถึงแกรนด์ บูดาเปสต์ โฮเทล ของเวส แอนเดอร์สันขึ้นมาทันที ได้ภาพมาแล้วก็สามารถแปลงมาเป็นชุดสีของตัวเองได้เลย
p1150887p1150886

india-color-chart2

It was and it is so much fun to do this kind of experimental color palette. If I don’t stop after completing this one, I won’t finish this blog post writing.

ได้ออกมาเป็นชุดนี้ค่ะ ได้ความพาสเทลจาก Gouache มาผสม ซึ่งทำให้สามารถแตกแขนงชุดสีออกไปได้ไม่จบสิ้น ทำเพลินจนเกือบจะเขียนบล็อกนี้ไม่จบแน่ะ

[3]
Sunshine
Everything got clearer under the sunshine even with the earth tone colors!
The days of brightness and splendor!
The color palatte is almost the same as the previous one, the differences are the brightness and the sky color.

for-wordpress1for-wordpress2

ช่วงที่เราไปเลห์เป็นช่วงปลายกันยา – ต้นตุลาค่ะ อากาศยังอุ่นในช่วงกลางวัน และตกราวสามองศาในช่วงกลางคืน กลางวันถือว่าแสงแดดจัดมาก จริงๆ ภาพชุดนี้เป็นโทนเดียวกับชุดสีพาสเทลในข้อ [2] เลย เพียงแต่แดดทำให้เฉดสีเหล่านั้นสว่างและสดใสขึ้นค่ะ

[4]
Colorful sarees (and other colorful things) at Agra and Delhi

img_7544

I was fascinated by sarees. I took a lot of pictures when I saw women wearing these beautiful clothes. There were endlessly color matching patterns and marverlous details. Pink was like ‘very very pink’ and it was contrasted by this brilliant turquoise. The flowers bloomed in various shapes and forms. I was overwhelmed.

I think I can just close my eyes and point my finger to any two circles and then I will get my color palette!

เราชอบส่าหรีมากเลยค่ะ ไปอินเดียครั้งนี้ก็ถ่ายไว้เยอะมาก แต่ส่วนใหญ่จะถ่ายแบบชัดๆ ได้ที่อัครา เพราะว่ามีพื้นหลังเป็นหินอ่อนทำให้เฉดสีของส่าหรีทุกเฉดดูได้ง่ายขึ้น ผ้าแต่ละผืนนี่ตัดสีกันได้สนุกมากๆ เราประทับใจความชมพู๊-ชมพูที่ตัดกับสีเทอควอยซ์ของชุดหญิงสาวในภาพแรกเป็นที่สุด อีกทั้งลวดลายดอกไม้ของผ้าแต่ละผืนก็ดูกันได้ไม่เบื่อเลยทีเดียว อย่างในวงกลมที่เห็นข้างบนก็เป็นส่าหรีส่วนหนึ่งที่ถ่ายไว้ภายในทัชมาฮาล เราว่าถ้าคิดอะไรไม่ออก แค่หลับตาจิ้มๆ ก็ได้คู่สีสนุกๆ มาวาดแล้วค่ะ : D

Most of these saree photos were taken from Taj Mahal, Agra. It was much more easy to absorb this kind of atmosphere when having some white space of marble stone as background. At Delhi, I could not took many photos of saree so I brought the real sarees instead. They are beautiful, aren’t they?

ข้างล่างนี้เป็นส่าหรีที่เราซื้อจากซุปเปอร์มาร์เก็ตในเดลีค่ะ กำลังกระหน่ำลดราคากันอยู่เลย เนื้อผ้าค่อนข้างแข็ง (ทำให้ราคาไม่เกิน 350 Rs หรือไม่เกิน 182 บาทไทย) แต่ลวดลายสีสันนี่น่าประทับใจมาก คลี่ออกมาแต่ละผืนนี่เหมือนกับได้ดูหน้ารองปกของหนังสือภาพสวยๆ เลยค่ะ

On saree you will see these hand painted ceramic knobs. My brother got them from a small grocery shop in Delhi. This grocer’s shop sold tea, spices, perfume, Himalaya products and… this lovely knobs! What a wonderful grocery shop!

บนส่าหรีที่เราซื้อมา สังเกตเห็นอะไรเล็กๆ น่ารักนั่นไหมคะ มันคือมือจับบานตู้ที่ทำจากเซรามิกนั่นเอง พี่ชายเราไปเจอในร้านขายของชำที่เดลี ซึ่งสำหรับเราเป็นร้านที่แปลกมาก(ในทางที่ดีนะ) เพราะคุณลุงเล่นขายทุกอย่างเลย ตั้งแต่ชา เครื่องเทศ ขายสบู่ แชมพู น้ำหอม แล้วก็ยังมีมือจับแบบนี้ขายอีกด้วย ซึ่งราคาถูกมากจนน่าตกใจ(เอาเป็นว่าใน etsy ขายแพงกว่าที่คุณลุงขายเกิน 100% แน่นอน) สีสันเพ้นท์ด้วยมือบนเซรามิกเหล่านี้ก็เป็นอีกหนึ่งชุดสีที่เราชอบค่ะ

 

 

The photos above are the marble stone – craft of Agra. The artisans get various colors from carnelian, malacite, lapis lazuli, turquoise, coral, granite, black onyx, jasper , etc. Each ornament reminds me of Indian women wearing colorful sarees at Taj Mahal.

ที่เห็นข้างบนนี้เป็นงานฝีมือหินสีฝังหินอ่อนจากอัคราค่ะ สีสันสวยงาม ลวดลายแต่ละอย่างก็ชวนให้นึกถึงผู้หญิงใส่ส่าหรีที่อัครา ทีนี้ก็มาดูกันค่ะว่าชุดสีที่ได้จากทั้งหมดนี้หน้าตาจะออกมาเป็นอย่างไรบ้าง

And here is my messy color palette.
ออกมาค่อนข้างจะยุ่งเหยิงลายตาเลยทีเดียวค่ะ : D


On my next blog post, I’ll come up with using these color palettes on my new illustrations.

บล็อกหน้ามาพบกันใหม่ค่ะ มาลองดูว่าเจ้าสีทั้งสามเซ็ตนี่จะถูกนำไปใช้กับภาพประกอบได้อย่างไรบ้างนะคะ : )

Thank you!
: D
****

1fabricshop_300dpi

My inspiration : ‘Saleem’ the great seller at Leh-Ladakh

Saleem is the great seller.
He sells only high quality products.
*
*
*
*
Maharaja outfit.

2fabricshop_300dpi

3fabricshop_300dpi

*
*
*
*
“Try this one!”
Saleem will convince you to try something.

4fabricshop_300dpi

*
*
*
*
“Look at the mirror, you are the great model.”
He always pays you an enormous compliment.

5fabricshop_300dpi

*
*
*
*
“This is the investment!”
Saleem will confirm that you make the right decision.

6fabricshop_300dpi

Of course, you will believe Saleem. : P
*
*
*
*
*
*
Ps. You can meet Saleem at “Shangloo Heritage”, Leh-Ladakh.
( shangloona@rediffmail.com )

p1160479-%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b2

Thank you Saleem!
: D
****

testbologna600dpi_02

Grandma

There was a Strom in grandma’s head. She couldn’t remember everything so well.

*
*
*
*

She got her walking stick and I held her hand.
We walked together through the place she liked.

testbologna600dpi_01-jpg-resize2

*
*
*
*

Sometimes she stopped and asked me something.
“What does bananas mean?”
I sighed. Then she asked.
“Where is my walking stick?”
I sighed and smiled to her.
Grandma held it in her hand.

testbologna600dpi_05

*
*
*
*

“Who are you?”
She asked me this question too.

testbologna600dpi_04

*
*
*
*

I loved my grandma so much.

testbologna600dpi_03

: )

****

set 3 reslee 1.1

My inspiration : ‘Reslee Violin’

ไปเยี่ยมชมสตูดิโอทำไวโอลิน  “Reslee Violin” ของอาจารย์อนุสิทธิ์ เรสลี กันค่ะ : )
ถึงเวลาที่พี่ชายต้องนำไวโอลินไปปรับเสียง เราจึงได้มีโอกาสกลับไปยังสตูดิโอที่น่าตื่นตาแห่งนี้เป็นครั้งที่สองค่ะ ได้ฟังอาจารย์เล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับขั้นตอนการทำไวโอลินเพลินเลย
“Reslee Violin” studio, Bangkok, Thailand
Violin Maker : Anusit Reslee
12/08/2016

set 1 reslee 2.1

set 1 reslee 2.2

set 1 reslee 2.3

set 1 reslee 2

set 1 reslee 3

set 1 reslee 4

set 1 reslee 5*
*
*
*
*
set 2 reslee 1

set 2 reslee 2

set 2 reslee 3

set 2 reslee 4

set 2 reslee 5

set 2 reslee 6.1

set 2 reslee 6.2

*
*
*
*
*
set 3 reslee 1.1

set 3 reslee 1.2

set 3 reslee 2

set 3 reslee 2.2

set 3 reslee 3.1

set 3 reslee 3.2
*
*
*
*
*
set 3 reslee 4

set 3 reslee 5.1

set 3 reslee 5.2

set 3 reslee 5.3

set 3 reslee 5.4

set 3 reslee 5.5

set 3 reslee 5.7

set 3 reslee 6

set 3 reslee 6.1.2

set 3 reslee 6.2

set 3 reslee 7

set 3 reslee 8

set 3 reslee 9

set 3 reslee 11

*** : ) ***