Your Voices, Your Interpretations

Yodchattinyline supports textual interpretation through the co-creative process of ‘Collective Reading, Writing & Art Making,’ aiming to embrace awareness and establish safe physical and mental spaces for expressing opinions at both individual and interpersonal levels.

CHAI-DAI: คำให้การในชั้นศาลพระภูมิ


A collective writing project aimed at reconceptualizing the Thai art vocabularies. Inspired by Stephen Wright’s text ‘ Towards a Lexicon of Usership’.”

The project is granted from City University of Hong Kong.
ซีนคอลเล็กชั่นนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการ ‘Nurturing impact cases for RAE 2026’ โดยคณะศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์ (College of Liberal Arts and Social Sciences: CLASS) ภายใต้หัวข้อโครงการ ‘Stimulating and Informing Debate around the Commercial and Political Appropriation of Contemporary Art’

[อ่านคำให้การในชั้นศาลพระภูมิ ภาษาไทย/Thai Language]
https://chai-dai.com/using-words/

“หวานจริงกับจั๋งหนับเป็นแมวที่ศาลพระภูมิ

หวานจริงเป็นแมวตัวเมียลายเปรอะ ฉายาเจ้าถิ่นประจำศาลพ่อแก่ ณ คอนโดริมคลองแสนแสบ

หวานจริงอยู่มานานจนเป็นแมวมารยาร้อยเล่มเกวียน มนุษย์หน้าโง่คนไหนเผลอตัวลูบหัวหวานจริงแล้วสบตาปิ๊งๆ ด้วยก็เป็นอันเสร็จทุกรายไป ท่าไม้ตายคือนอนหงายผึ่งพุงกะทิพลิกไปพลิกมาให้พวกมนุษย์ใจละลายกันเล่นๆ (ท่าอ่อยแห่งชาติของแมว) มนุษย์หน้าโง่ที่ใจอ่อนก็เสียทรัพย์ไปซื้อเปียกๆ มาปรนเปรอ ส่วนมนุษย์ที่ใจแข็งน่ะเหรอ…หึ หวานจริงยังไม่เคยเจอ

ส่วนจั๋งหนับ ในตอนแรกมันเป็นแมวดำหนุ่มน้อยแสนซื่อบื้อไม่มีสังกัด เดินพลัดหลงมาแล้วก็เห็นพี่ใหญ่หวานจริงกำลังหาลูกกระจ๊อกมาประดับบารมี จั๋งหนับคิดว่าเอาวะ ก็ดีกว่าอยู่ตัวเดียว เลยทำตัวเจี๋ยมเจี้ยม ขอสมัครเป็นลูกไล่ พอได้เป็นลูกไล่แล้วแสนสบายใจ หวานจริงก็ตามตะปบจั๋งหนับเพลินๆ ทั้งวัน จั๋งหนับถูกใจกับบทเหยื่อ เลยวินๆ กันทั้งสองฝ่าย”


“คนนอกวงการศาลพ่อแก่อาจคิดว่าศาลนี้เป็นที่ประทับของพ่อแก่องค์เดียว แต่จริงๆ แล้วพ่อแก่มีหลายองค์ แต่ละองค์ก็แสนจะขี้เหงา หลังจากเมียทิ้งไปหมดก็ได้มาปรับทุกข์และเกิดถูกชะตากัน ในที่สุดก็ตกลงว่าจะอยู่เป็น shared house ชายโสด แบบนี้สนุกกว่า (กฎการแชร์ศาลพระภูมิสมัยใหม่นี้ไม่มีถูกผิด)

พ่อแก่องค์แรกชื่อว่า “เก่งกิจ” จะติดแกลมนิดนึง ท่านชอบให้ถวายชุดที่ปักเลื่อมวิบวับๆ, สร้อยไข่มุก, พวกเครื่องประดับที่ออกแนวลูกทุ่งๆ มีขนนกหรือเพชรปลอมนั้นได้หมด คนในวงการรู้ดีและบางทีถวายจนล้นศาล เวลาที่ปึงเถ่ากงม่าจากศาลเจ้าจีนข้างๆ ต้องออกงานกาล่าดินเนอร์ ก็จะแวะมาขอยืมท่านเก่งกิจอยู่บ่อยๆ พ่อแก่องค์นี้เหมาะจะขอเรื่องที่เกี่ยวกับศิลปะและความสวยงาม

พ่อแก่องค์ที่สองชื่อว่า “ทัศนัย” องค์นี้จะค่อนข้าง conservative เวลาไหว้ต้องจุดธูปหรือกำยานและจุดเทียนทุกครั้ง (ในขณะที่พ่อแก่องค์อื่นๆ ไม่ต้องจุดก็ได้เพราะลงความเห็นกันแล้วว่าการช่วยลด PM 2.5 สำคัญกว่า) พวงมาลัย บุหรี่และหมากพลูต้องพร้อม ท่านพ่อแก่ทัศนัยมีคอนเนคชั่น ที่สะกดเป็นภาษาอังกฤษว่า connection กับศาลเจ้าเก่าแก่รวมไปถึงสถาบันใหญ่ๆ ในพื้นที่เขตบางกะปิและเขตพระนครอยู่หลายจุด ขออะไรเกี่ยวกับการเดินเรื่องต่อระบบราชการมักจะได้ผลไว

พ่อแก่องค์ที่สามชื่อว่า “พี่เจ้ย” พ่อแก่พี่เจ้ยชอบอะไรที่เป็นจิตวิญญาณ และจิตวินยาน ชอบของไหว้ที่มี impact เยอะๆ ซึ่งจะว่าไปของไหว้ที่มีอิมแพคเยอะที่สุดไม่ใช่สิ่งของแต่ว่าเป็นจิตใจที่เป็นกุศล พ่อแก่พี่เจ้ยชอบคนที่สวดมนต์และปฏิบัติกรรมฐานเป็นกิจวัตร คนที่มีจิตใจเป็นกลาง สะอาด สว่าง สงบ ไม่แปดเปื้อน ไม่ถูกความชั่วย่ำยี คนที่เข้าถึงสภาวะทางธรรม คนที่รู้ซึ้งถึงรากเหง้าของกิเลสตนเอง คนเหล่านี้แม้ยังไม่รู้ว่าจะขออะไร แต่ถ้าเดินผ่านศาลนี้และยกมือไหว้ด้วยใจเคารพคารวะนอบน้อม หากพ่อแก่พี่เจ้ยสัมผัสได้ถึงพลังงานที่ดีก็พร้อมประทานพรให้คนๆ นั้นทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข ไม่ว่าจะเป็นงานในฝันหรือแหล่งทุนที่คนผู้นั้นปรารถนา”


“คำให้การในชั้นศาลพระภูมิ” เผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons แบบ BY-SA สามารถนำผลงานไปแก้ไข ดัดแปลง หรือสร้างสรรค์ต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้ โดยผลงานใหม่ที่เกิดจากการดัดแปลงนั้น ต้องให้เครดิตต้นฉบับ (citation) และจะต้องใช้สัญญาอนุญาตชนิดเดียกันกับงานต้นฉบับ

Leave a comment

subscribe to my blog